Don't Be Afraid of The Dark O:)

posted on 19 Sep 2011 19:49 by kawldny
Do n't Be Afraid of The Dark
อย่ากลัวมืด ถ้าไม่กลัวตาย
 
 
 
ชื่ออังกฤษ : Don't Be Afraid of The Dark
ชื่อไทย : อย่ากลัวมืด ถ้าไม่กลัวตาย
ผู้อำนวยการสร้าง : Guillermo Del Toro (กุยเลอร์โม เดล โทโร),
Mark Johnson (มาร์ค จอห์นสัน)
ผู้กำกับภาพยนตร์ : Troy Nixey (ทรอย นิกซีย์)
บทภาพยนตร์ : Guillermo Del Toro (กุยเลอร์โม เดล โทโร), 
Matthew Robbins (แมทธิว ร็อบบินส์)
นักแสดงนำ : Katie Holmes(เคที่ โฮล์มส์),
Guy Pearce (กาย เพียร์ซ) และ Bailee Madison (เบลีย์ เมดิสัน)
ประเภทหนัง : Horror / Thriller
 
 
 
เรื่องย่อ
 
สิ่งที่เก่าแก่และชั่วร้ายยังคงมีชีวิตอยู่ในอนธกาลใต้คฤหาสน์แบล็ควู้ด...
          เมื่อ แซลลี่ เฮิร์สท์  (เบลีย์ เมดิสัน) มาเยือนโร้ด ไอส์แลนด์
เพื่อเยี่ยม อเล็กซ์ (กาย เพียร์ซ) พ่อของเธอและ คิม (เคที่ โฮล์มส์)
แฟน สาวคนใหม่ของเขา ที่คฤหาสน์ทรงวิคตอเรียน ที่พวกเขากำลังบูรณะอยู่
เธอก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอก และบ้านใหม่ที่หรูหราของเธอก็ดูเหมือนจะ
เป็นคุกที่เหน็บหนาวและไร้การเหลียวแล
          อเล็กซ์ ที่มัวแต่สนใจโปรเจ็กต์ยิ่งใหญ่และความใฝ่ฝันในฐานะสถาปนิก
ของตัวเอง ห่างเหินกับลูกสาวของเขา และความพยายามของคิมในการสาน
สายสัมพันธ์กับแซลลี่ก็ลงเอยด้วยความหงุดหงิด ทุกครั้งไป
  
  
 
          แซลลี่ พบความอบอุ่นและหนทางหลบหนีด้วยการสำรวจคฤหาสน์หลังนี้
ด้วยตัวคนเดียว และแม้ว่าจะได้รับคำเตือนจากผู้ดูแลบ้าน คุณแฮร์ริส
(แจ็ค ธอมป์สัน) เธอ ก็ดึงดันจะออกผจญภัย ซึ่งนำไปสู่การค้นพบห้องใต้ดินลับ
ที่ไม่มีใครย่างเท้าก้าวเข้าไปนับตั้งแต่การหายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อร้อยปี
ก่อนของผู้สร้างคฤหาสน์หลังนี้ นักวาดภาพธรรมชาติชื่อดัง อีเมอร์สัน แบล็ควู้ด
ห้องใต้ดินที่มืดหม่นและชื้นแฉะแห่งนี้ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสตูดิโอส่วนตัวของแบล็ควู้ด
ได้เก็บงำความลับเกี่ยวกับอดีตของสถานที่ที่ไม่มั่นคงและมืดมิดนี้
รวมไปถึงบางสิ่งที่อาจจะชั่วร้ายกว่านั้น
          ความอยากรู้ อยากเห็นของเธอยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น แซลลี่แปลกใจ
เมื่อเสียงจากใต้เตาผิงเริ่มพูดกับเธอ เสียงที่ยั่วเย้า เรียกร้องและอ้อนวอน
ขอความช่วยเหลือจากเธอ เสียงนั้นเป็นของโฮมุนคลุส สิ่งมีชีวิตจอมบงการและ
โหดเหี้ยม ผู้ซึ่งมีต้นกำเนิดตั้งแต่สมัยที่ตำนานเล่าขานเกี่ยวกับเทพยดาและปีศาจเป็น
มากกว่านิทานสอนใจ และผู้ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในความมืด กินเลือดเนื้อของเด็ก ๆ เป็นอาหาร!
           เมื่อแซลลี่ ปล่อยสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายพวกนี้ให้เป็นอิสระจากที่คุมขังโดย
ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เธอก็เป็นเพียงคนเดียวที่ค่อยๆ ตระหนักถึงตัวตนของพวกมันภาย
ในคฤหาสน์หลังนี้ และธรรมชาติที่แท้จริงของความโหดเหี้ยมของมัน
          อเล็กซ์ ที่มองไม่เห็นความกลัวที่มีต้นสายปลายเหตุของลูกสาวตัวเอง
มัวแต่สนใจกับงานเลี้ยงอาหารค่ำที่เขากับคิมวางแผนจะจัดขึ้นเพื่ออวดโฉม
คฤหาสน์ที่ซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อย เกินกว่าที่จะใส่ใจกับเรื่องราวที่ดูเหมือนเป็น
ตำนานเกี่ยวกับปีศาจร้ายใน ความมืดที่ลูกสาวเขาเล่า แม้กระทั่งหลังจากที่แฮร์ริส
ถูกโจมตีอย่างเหี้ยมโหด พวกผู้ใหญ่ก็อธิบายว่ามันเป็นอุบัติเหตุจากงานอุตสาหกรรม
 
 
 
 
          แซลลี่ พบมิตรภาพที่เหลือเชื่อในคิม ผู้มองเห็นตัวเองในความเข้มแข็ง
ที่ผสมผสานกับความเปราะบางของเด็กหญิงตัว น้อยคนนี้ เธอเริ่มจะรับฟังคำกล่าว
อ้างของเด็กหญิงอย่างจริงจังมากขึ้นและตัดสินใจที่ จะไปสำรวจถึงที่มาของ
ความกลัวของเธอ นำเธอไปสู่การค้นพบที่ชวนตะลึงเกี่ยวกับชะตากรรมที่แท้จริงของแบล็ควู้ด
          เมื่อพวกโฮมุนคลุส โจมตีแซลลี่ ในห้องน้ำ พวกมันก็เริ่มยุคสมัยแห่ง
ความหวาดสะพรึงที่จะคุกคามทุกคนที่ผ่านเข้ามา
          ครอบครัวที่ร้าวฉานนี้จะต้องรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อปราบกองทัพ
ปีศาจร้ายนี้ให้ได้ ไม่เช่นนั้น พวกเขาก็อาจจะต้องเผชิญกับชะตากรรมอันเลวร้ายอย่างเดียว
กับที่อีเมอร์สัน แบล็ควู้ดเจอก็เป็นได้
 
 
ตัวอย่างหนัง

edit @ 19 Sep 2011 20:15:02 by bowchoey2

ภาษาปาสคาล '

posted on 19 Sep 2011 19:04 by kawldny
    ภาษาปาสคาล 
   ภาษาปาสคาลเป็น ภาษาคอมพิวเตอร์ชั้นสูงที่พัฒนาขึ้นโดย Niklaus Wirth และได้ตั้งชื่อว่าปาสคาล (Pascal) เพื่อให้เกียรติแก่นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ Blaise Pascal ภาษาปาสคาล พัฒนามาจากภาษา Algol โดยพัฒนาให้เป็นภาษาสำหรับฝึกหัดเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ภาษาปาสคาลจะมีลักษณะเป็นภาษาคอมพิวเตอร์แบบประมวลความหรือคอมไพเลอร์ (Compiler) เมื่อเทียบกับภาษาคอมพิวเตอร์ชั้นสูงอื่น ๆ จะพบว่าภาษาปาสคาลเป็นภาษาที่มีการวางระบบและจัดรูปแบบที่มีโครงสร้างแน่นอน ตายตัว จึงทำให้ภาษาปาสคาลเป็นภาษาที่เหมาะสำหรับการเขียนโปรแกรมโครงสร้าง (Structured Program) มากกว่าภาษาอื่น ๆ ที่ใช้กันอยู่จึงทำให้ได้รับความนิยมและนำมาประยุกต์ใช้งานต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย
1.1 โครงสร้างของโปรแกรมภาษาปาสคาล
โปรแกรมในภาษาปาสคาล แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ
 
1. ส่วนหัว (Heading) เป็นการประกาศชื่อของโปรแกรม ขึ้นต้นด้วยคำว่า PROGRAM ตามด้วยชื่อของโปรแกรม และจบบรรทัดด้วย ;รูปแบบPROGRAM ชื่อโปรแกรม (รายชื่ออุปกรณ์);
ตัวอย่าง
PROGRAM EXAM1;
PROGRAM EXAM1(INPUT,OUTPUT);
ข้อสังเกต ชื่ออุปกรณ์ คือ INPUT, OUTPUT หรือชื่อของไฟล์ที่เกี่ยวข้องภายในโปรแกรมถ้าไม่ระบุจะถือว่า INPUT เข้าทาง keyboard และ OUTPUT ออกทางจอภาพ

2. ส่วนข้อกำหนด (Declaration part) คือส่วนตั้งแต่ส่วนหัวไปจนถึงคำว่า BEGIN ของโปรแกรมหลัก และเป็นส่วนที่เรากำหนดค่าต่าง ๆ ดังนี้
2.1 VAR เป็นการกำหนดแบบของข้อมูลให้แก่ตัวแปร
รูปแบบ  VAR รายชื่อตัวแปร : ประเภทของข้อมูล;
ตัวอย่าง
VAR I,J,K : INTEGER;
NAME : STRING;
SALARY : REAL;

2.2 TYPE เป็นการกำหนดแบบของข้อมูลขึ้นใหม่
รูปแบบ   TYPE ชื่อของแบบ = ประเภทหรือค่าของข้อมูล;
ตัวอย่าง
TYPE SCORE = INTEGER;
WEEK = (MON, TUE, WED, THU, FRI);
VAR TEST, MIDTERM, FINAL : SCORE;
DAY : WEEK;
จากตัวอย่างต้องประกาศชื่อแบบของตัวแปรก่อนแล้วจึงประกาศชื่อตัวแปรที่เป็นแบบ
2.3 CONST เป็นการกำหนดค่าคงที่
รูปแบบที่ 1   CONST รายชื่อค่าคงที่ = ค่าที่กำหนด;
รูปแบบที่ 2   CONST รายชื่อค่าคงที่ : ประเภทของข้อมูล = ค่าที่กำหนด;
ตัวอย่าง
CONST HEAD = ‘EXAMINATION’;
CONST A = 15;
CONST SALARY : REAL = 8000.00;

2.4 LABEL ใช้คู่กับคำสั่ง GOTO ภายในโปรแกรม
รูปแบบ LABEL รายชื่อของ LABEL;
ตัวอย่าง
LABEL 256,XXX;
เช่น GOTO 256; GOTO XXX;

3. ส่วนคำสั่งต่าง ๆ (Statement Part) เป็นส่วนสุดท้ายของโปรแกรม ขึ้นต้นด้วย “BEGIN” และปิดท้ายด้วย “END.”
ตัวอย่าง
BEGIN
Statement หรือคำสั่งต่าง ๆ ;
END.

1.2 ชื่อ (Identifier)
ชื่อ คือคำที่ตั้งขึ้นเพื่อกำหนดใช้เป็นชื่อของโปรแกรม โปรแกรมย่อย ตัวแปร แบบของตัวแปร และค่าคงที่
การตั้งชื่อ
1. ตัวอักขระ (character) ที่นำมาใช้ คือ ตัวอักษร ตัวเลข และ (_) Underline
2. จะนำเครื่องหมายใด ๆ มาใช้เป็นชื่อไม่ได้
3. ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร หรือขีดล่าง
4. ความยาวของชื่อไม่เกิน 30 ตัว แต่จะมีความหมายเพียง 8 ตัวแรกเท่านั้น

1.3 คำ (Word)
คำในภาษาปาสคาล แบ่งออกเป็น 2 พวก คือ
1. พวกที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล ได้แก่ แบบของข้อมูล ตัวแปร และค่าคงที่
2. พวกที่เกี่ยวกับคำสั่ง ได้แก่ คำสงวน (Reserved word) คำมาตรฐาน (Standard word) คำใหม่ (User defined word)

1.4 ข้อมูล (Data)
ภาษาปาสคาล แบ่งประเภทของข้อมูลเป็น 4 แบบ คือ แบบมาตรฐาน แบบผู้เขียนโปรแกรมกำหนด แบบโครงสร้าง และแบบพอยน์เตอร์
แบบมาตรฐาน เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ใช้ในโปรแกรมทั่ว ๆ ไป เป็นข้อมูลที่มีค่าเป็นลำดับที่มีค่ามากน้อยตามลำดับ แบ่งเป็น 5 ประเภท
1. Integer เป็นข้อมูลเลขจำนวนเต็ม
2. Real เป็นข้อมูลเลขจำนวนจริงมีทศนิยม
3. Character เป็นข้อมูลตัวอักษร
4. String เป็นข้อมูลของชุดตัวอักษร เช่น String [30] เป็นการะบุค่าของสตริงว่ามีขนาด 30 ตัวอักษร
5. Boolean เป็นข้อมูลที่มีค่าเป็นไปได้ 2 ค่า คือ เป็นจริง (true), เป็นเท็จ (false) ตัวดำเนินการ (operators) ที่ใช้ในภาษาปาสคาล ได้แก่
NOT ให้กลับค่าทางคณิตศาสตร์ของ Boolean เช่น Not true เป็น false
* ให้คูณเลขทางซ้ายกับเลขทางขวา
/ ให้หารโดยเลขทางซ้ายเป็นตัวตั้ง เลขทางขวาเป็นตัวหาร
DIV ให้หารแบบตัดเศษทิ้ง ใช้ได้เฉพาะเลขจำนวนเต็มคู่
MOD ให้หาเศษของการหาร ใช้ได้เฉพาะเลขจำนวนเต็มคู่
AND ให้ความเป็นจริง เมื่อทั้ง 2 กรณีเป็นจริงทั้งคู่
OR ให้ ความเป็นจริง เมื่อกรณีใดกรณีหนึ่งเป็นจริง เช่น (X MOD Y = 0) 0R (x-y = 0) ข้อความนี้เป็นจริงเมื่อ X หารด้วย Y ลงตัว หรือเมื่อ X-Y เป็นศูนย์อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้ง 2 อย่าง
XOR ให้ ความเป็นจริง เมื่อกรณีใดกรณีหนึ่งเป็นจริงเท่านั้น เช่น (X MOD Y Y= 0) XOR(X-Y=0) ข้อความนี้เป็นจริงเมื่อ X หารด้วย Y ลงตัว หรือเมื่อ X-Y เป็น 0 อย่างใดอย่างหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน

     แบบผู้เขียน โปรแกรมกำหนดขึ้น ภาษาปาสคาลอนุญาตให้ผู้เขียนโปรแกรมกำหนดรูปแบบของข้อมูลขึ้นมาใช้งานเฉพาะ ภายในโปรแกรมได้เอง โดยการประกาศไว้ในคำสั่ง VAR หรือ TYPE แบ่งเป็น 2 แบบ
1. กำหนดแบบใหม่ เป็นการกำหนดรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อใช้เฉพาะโปรแกรมนั้น ๆ
ตัวอย่าง
TYPE color = (yellow,blue,red);
VAR dd = color;
ดังนั้น dd เป็นตัวแปรที่มีค่า 3 ค่า คือ yellow, blue, red

2. กำหนดช่วงของค่าข้อมูล เป็นการกำหนดช่วงของค่าของข้อมูลเฉพาะตัวแปรใดตัวแปรหนึ่งที่ใช้ภายในโปรแกรม
ตัวอย่าง
TYPE NUM = 0..50;
VAR X : NUM;
ดังนั้น X จะเป็นตัวแปรที่มีค่าในช่วง 0 ถึง 50
     
     แบบโครงสร้าง เป็นการนำเอาข้อมูลแบบมาตรฐานหรือข้อมูลที่ผู้เขียนโปรแกรมกำหนดขึ้นมาจัด ให้มีระบบ มีโครงสร้างเพื่อใช้งานโดยเฉพาะ การจัดข้อมูลโครงสร้าง แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ ข้อมูล Array, set, record และ file
     แบบพอยน์เตอร์ เป็นข้อมูลที่เป็นดัชนีสำหรับระบุข้อมูลอื่น ๆ อีกครั้งหนึ่ง ข้อมูลแบบนี้จะซับซ้อน ค่าของข้อมูลแบบพอยน์เตอร์จะไม่เป็นตัวเลข, ตัวอักษร แต่จะมีค่าเป็น address ในหน่วยความจำ RAM ที่ข้อมูลถูกเก็บอยู่

คำถามท้ายบท :D

posted on 17 Aug 2011 20:25 by kawldny

คำถามทบทวน .

1.มัลติมิเดีย คืออะไร เกี่ยวกับการนำเสนออย่างไร

- มัลติมีเดีย คือการนำเสนอข้อมูลหลายๆรูปแบบพร้อมๆกัน เพื่อส่งเสริมการรับรู้และความเข้าใจของผู้รับข้อมูล มัลติมิเดียมีความเกี่ยวข้องกับการนำเสนอ คือ มัลติมีเดียมีส่วนช่วยให้การนำเสนอข้อมูลมีความน่าสนใจมากขึ้น ทำให้สามารถทำสื่อได้ง่ายขึ้น และสามารถนำเสนอในสิ่งที่ถูกต้อง และมีความปลอดภัยของข้อมูลมากกว่า

2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร

- สามารถนำเสนอข้อมูลได้ครอบคลุมทั่วโลก ช่วยประหยัดกระดาษและสามารถนำเสนอข้อมูลได้หลายรูปแบบ เช่น ตัวหนังสือ เสียง ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น

3.Microsoft Powerpoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง

-  รูปแบบการพิมพ์ เป็นเอกสารสิ่งพิมพ์
- การนำเสนอในรูปแบบมัลติมีเดีย 
- การสร้างจุดเชื่อมโยง และอัปโหลดข้อมูลไว้บนอินเตอร์เน็ตในรูปแบบของเว็บไซต์

4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก microsoft Power Point แตกต่างกันอย่างไร

- แตกต่างกันโดยการสร้างจุดเชื่อมโยงไปยังจุดเชื่อมโยงต่างๆ ในไฟล์เดียวกัน ส่วนการเชื่อมโยงภายนอก คือ การเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลอื่นๆนอกไฟล์งานนำเสนอ

5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง

- โปรเจคเตอร์  โทรทัศน์ จอมอนิเตอร์

6.น.ร คิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่านที่สุด เพราะเหตุใด

- ตอบ การนำเสนอข้อมูลแบบ ใช้ power point เพราะสามารถ แสดงข้อมูลที่ชัดเจน มีรูปแบบการนำเสนอที่เข้าใจง่าย น่าสนใจ สามารถแทรกสื่อรูปแบบต่างได้ เช่น แทรกรูปและ เสียงในการนำเสนองานให้มีความน่าสนใจมากขึ้นด้วย

7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยโปรแกรมแม่แบบใน microsoft Power Point สามารถทำได้อย่างไร

- ตอบ กาตกแต่ง นั้นสามารถทำได้โดยการเลือกที่แม่แบบ โดยเริ่มจากคลิกขวาบริเวณที่ว่าง แล้วเลือกอออกเเบบภาพนิ่ง จะมีแม่แบบขึ้นมาให้เราเลือกมากมาย

8.การกำหนดกล่องข้อความ หรือกำหนดวัตถุให้เคลื่อนไหวใน micosoft Power Point สามารถตั้งค่าได้ที่ใด

- คลิกเลือกล่องข้อความหรือวัตถุนั้นๆ แล้วคลิกขวาเลือกการาเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง แถวเครื่องมือจะเปลี่ยนเป็นการเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง ให้เลือกคลิกที่เพิ่มลักษณะพิเศษ ตั้งค่าความเคลื่อไหวที่ต้องการ ทดลองแสดงการเคลื่อนไหวด้วยการคลิกไอคอนแล่น

9. ยกตัวอย่างซอฟต์แว ที่ใช้สำหรับ นำเสนอข้อมูล ตัวหนังสือ หรืออักษรมาอย่างน้อย 3โปรแกรม

- Microsoft Word
- Microsoft Excel
- Notepad

10. ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน micosoft  powerpoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอได้หรือไม่อย่างไร

- ได้ สามารถทำได้โดยการนำเสนอในรูปแบบอื่นที่ไม่ไช่ตัวอักษร เช่น รูป เสียง วีดีโอ หรือโดยการใช้โปรแกรมอื่นร่วม

11.เครืองพิมพ์เป็นฮาร์แวที่จำป็นสำคัญหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย micosoft  powerpoint หรือไม่อย่างไร

-  ไม่จำเป็น เพราะ สามารถนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPoint ในรูปแบบอื่นๆได้ เช่น การนำเสนอในรูปแบบมัลติมีเดีย การสร้างจุดเชื่อมโยง และอัปโหลดข้อมูลไว้บนอินเตอร์เน็ตในรูปแบบของเว็บไซต์

12.micosoft  powerpoint สามารถ แทรกรู)ภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร

- 1.คลิกเลือกแถบเมนู เลือกรูปภาพ โดยเลือกจากแฟ้มข้อมูล

  2.เมื่อมีหน้าต่างแทรกรูปภาพปรากฎขึ้น เลือกรูปจากที่ๆบันทึกรูปเอาไว้

  3.คลิกแทรกรูปภาพ

     แทรกภาพยนตร์ และ เสียงโดย

  1.คลิกแทรกที่แถบมุม

  2.เลือกภาพยนตร์ และเสียง

  3. เลือกภาพยนตร์ จากแฟ้มหรือ เสียงจากแฟ้ม

13. การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และ กราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือ หรือตัวอักษรอย่างไร

- การ นำเสนอแบบเป็นแผนภาพ แผนภูมิจะทไฃให้ ผู้ที่ได้รับ สื่อมีความเข้าใจในข้อมูลที่ผูนำเสนอต้องการนำเสนอได้มากขึ้น เพราะ มีความชัดเจนของข้องมูลมากกว่า

14. การสร้างงานนำเสนอด้วย Micosoft powerpoint สำหรับผู้รับข้อมูล20 คนพร้อมกัน จะใช้ฮาร์ดเเวร์ และซอฟแวร์ ใดบ้าง

- ฮาร์ดแวร์ คอมพิวเตอร์ ลำโพง จอฉาย ไมโครโฟน ซอฟแวร์ - Powerpoint

15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูล ในรูปแบบตัวหนังสือ หรือตัวอักษร รูปภาพ หรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน

- มัลติมีเดีย , เว็บไซต์